Jun.16

Animal Farm: Chapter 5

Animal Farm: Chapter 5

ยิ่งหน้าหนาวคืบใกล้มาเท่าไร มอลลีก็ยิ่งก่อปัญหามากขึ้นทุกที หล่อนมาเข้างานสายทุกเช้า แก้ตัวว่านอนเพลิน แถมยังบ่นว่าปวดโน่นปวดนี่โดยไม่ทราบสาเหตุ ทว่ายังคงกินได้กินดีเหมือนเดิม ทำงานอยู่ดีๆ หล่อนก็จะหาข้ออ้างสารพัดเท่าที่จะนึกได้ เพื่อผละจากงานไปยังสระน้ำดื่ม แล้วยืนจ้องมองเงาตนเองอย่างเซื่องซึม แต่มีข่าวลือว่ามีเรื่องใหญ่กว่านั้น วันหนึ่งมอลลีเดินหน้าระรื่นเข้ามาในลาน โบกสะบัดหางยาวไปมา ปากก็เคี้ยวหญ้า โคลเวอร์จึงเดินเข้าไปขนาบข้าง

“มอลลี” นางพูด “ฉันมีเรื่องสำคัญมากจะคุยกับเธอ เมื่อเช้าฉันเห็นเธอยืนมองข้ามรั้วกั้นฟาร์มสัตว์ของเรากับไร่ฟอกซ์วูด คนงานของนายพิลคิงตันคนหนึ่งยืนอยู่ฟากโน้นพอดี และก็…ฉันอยู่ไกลพอดูล่ะ แต่แน่ใจว่าฉันเห็นชัดว่าเขาคุยกับเธอ และเธอยอมให้เขาลูบจมูก นั่นมันหมายความว่ายังไงฮึ มอลลี”

“เปล่านี่ ฉันก็เปล่า ไม่จริงสักหน่อย” มอลลีร้อง พลางเริ่มหกหน้าหกหลังกระแทกพื้นดิน

“มอลลี มองหน้าฉันซิ เธอกล้าสาบานด้วยเกียรติไหมว่า หมอนั่นไม่ได้ลูบจมูกเธอ”

“ไม่จริงนะ” มอลลีย้ำคำเดิม แต่ไม่กล้ามองหน้าโคลเวอร์ เดี๋ยวเดียวหล่อนก็วิ่งควบหนีไปในทุ่ง

โคลเวอร์ฉุกคิดอะไรบางอย่าง นางไม่พูดจากับใคร รีบไปดูที่คอกของมอลลีและตะกุยพลิกหญ้าดู สิ่งที่ซุกอยู่ใต้หญ้าคือกองน้ำตาลก้อนซุกอยู่กับริบบิ้นหลากสีสันอีกหลายมัด

สามวันต่อมามอลลีหายตัวไป นับสัปดาห์แล้วก็ยังไม่มีใครรู้ว่าหล่อนหายไปไหน จนมีนกพิราบมาแจ้งว่า เห็นมอลลีอยู่ที่อีกฟากของเมืองวิลลิงดัน เทียมอยู่กับเกวียนเทียมม้าตัวเดียวสวยงามทาสีแดงดำซึ่งจอดอยู่นอกร้านเหล้า ชายอ้วนหน้าแดงก่ำ สวมกางเกงขี่ม้าลายหมากรุก สวมสนับแข้ง ท่าทางเหมือนเจ้าของร้านเหล้า กำลังลูบจมูกและป้อนน้ำตาลก้อน ขนของหล่อนเพิ่งตัดมาใหม่ และมีริบบินสีเลือดหมูผูกผมหน้าม้า พวกนกพิราบพูดว่า ท่าทางมอลลีจะสบายอกสบายใจดี จากนั้นมาไม่มีสัตว์ตัวไหนเอ่ยชื่อมอลลีอีกเลย

เดือนมกราคมอากาศหนาวจัด ผืนดินดูประหนึ่งแผ่นเหล็ก ในทุ่งไม่สามารถทำอะไรได้เลย มีการประชุมหลายครั้งในโรงนาหลังใหญ่ พวกหมูก็เอาแต่ยุ่งวางแผนงานในฤดูที่จะมาถึง พวกสัตว์ยอมรับกันแล้วว่า หมูซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าฉลาดกว่าสัตว์อื่นควรจะเป็นผู้ตัดสินปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับนโยบายของฟาร์ม เพียงแต่ต้องนำมาอนุมัติโดยเสียงส่วนใหญ่ การแบ่งหน้าที่เช่นนี้จะไปได้ราบรื่น หากไม่มีการขัดแย้งระหว่างสโนว์บอลกับนโปเลียนเกิดขึ้น พวกเขาเห็นแย้งกันในทุกเรื่องราว ถ้ามีใครเสนอให้ขยายพื้นที่ปลูกข้าวบาร์เลย์ ก็มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องให้ขยายพื้นที่ปลูกข้าวโอ๊ต และถ้าฝ่ายใดพื้นที่ส่วนโน้นส่วนนี้เหมาะจะลงกะหล่ำปลี อีกฝ่ายเป็นต้องแย้งว่า ดินตรงนั้นไร้ค่านอกจากจะปลูกรากไม้ โดยต่างก็มีเสียงสนับสนุนของตน และถกเถียงกันอย่างรุนแรงดุเดือดหลายครั้ง สโนว์บอลมักจะได้เสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ในที่ประชุมเนื่องจากคำพูดอันโน้มน้าวใจได้ชะงัด แต่พอสิ้นการประชุมนโปเลียนกลับมีภาษีกว่าในเรื่องหาเสียงสนับสนุน และประสบความสำเร็จเป็นพิเศษกับพวกแกะ เมื่อเร็วๆ นี้พวกแกะเริ่มติดนิสัยร้องว่า “สี่ขาดี สองขาเลว” ตลอดทั้งวัน และเสียงร้องนี้มักจะขัดจังหวะการประชุมอยู่บ่อยๆ และสังเกตได้ว่า พวกแกะชอบแหกปากร้อง “สี่ขาดี สองขาเลว” ในจังหวะสำคัญที่สโนว์บอลกำลังปราศรัย สโนว์บอลได้ศึกษาโดยละเอียดเกี่ยวกับวารสารฉบับเก่าๆ ของ เกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเขาพบอยู่ในบ้าน จึงได้วางแผนปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไว้มากมาย เขาพูดด้วยความรอบรู้ถึงคูระบายน้ำในทุ่ง หญ้าหมัก และขี้โลหะหลอม และได้ร่างแผนอันซับซ้อนเพื่อทำให้ทุกวันสัตว์ทั้งหมดสามารถหย่อนมูลลงในทุ่งโดยตรง ตามจุดต่างๆ เพื่อประหยัดแรงงานขน นโปเลียนนั้นไม่มีแผนมาเสนอ แต่พูดเบาๆ ว่าสโนว์บอลจะเหลวเสียเปล่า ดูท่าทางเขาคล้ายกำลังรอคอยจังหวะเหมาะ แต่ในบรรดาความขัดแย้งทั้งหมดของหมูทั้งสองตัว ไม่มีครั้งใดรุนแรงยิ่งกว่าการเถียงกันเรื่องโรงสีลม

ในทุ่งที่แผ่ยาวไกล มีเนินเล็กๆ ลูกหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่โรงนานัก ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในฟาร์ม หลังจากสำรวจดูพื้นที่แล้ว สโนว์บอลชี้ว่าเนินนั้นเหมาะที่สุดสำหรับสร้างโรงสีลม เพื่อจะปั่นไดนาโมและผลิตไฟฟ้าให้แก่ฟาร์ม ไฟฟ้าจะนำแสงสว่างมาให้ตามคอกสัตว์ และให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว และจะเป็นพลังงานให้แก่เลื่อยวงเดือน เครื่องตัดฟางข้าว เครื่องแบ่งรางหญ้า และเครื่องรีดนมวัวไฟฟ้า สัตว์ทั้งหลายเพิ่งเคยได้ยินชื่อสิ่งเหล่านี้ครั้งแรก (เพราะฟาร์มนี้เป็นฟาร์มรุ่นเก่า มีแค่เครื่องจักรสมัยโบราณ) จึงพากันฟังด้วยพิศวงงงงวย เมื่อสโนว์บอลเล่าภาพน่าตื่นตาตื่นใจของเครื่องจักรซึ่งจะทำงานแทน ขณะที่พวกสัตว์จะได้กินหญ้าสบายๆ ในทุ่งหรือพัฒนาสมองด้วยการอ่านและการสนทนา

เพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมา แผนสร้างโรงสีลมของสโนว์บอลก็สำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง รายละเอียดของเครื่องจักรได้มาจากหนังสือสามเล่มของนายโจนส์เสียส่วนใหญ่ คือ ของมีประโยชน์หนึ่งพันอย่างภายในบ้าน คนทุกคนเป็นช่างอิฐเองได้, และ ไฟฟ้าเบื้องต้นสโนว์บอลใช้เพิงซึ่งเคยเป็นที่ฟักไข่มาเป็นห้องสมุด โดยตั้งพื้นไม้เรียบซึ่งเหมาะจะวาดภาพลงในนั้น เขาจะหมกตัวอยู่ในเพิงคราวละหลายชั่วโมง โดยเปิดหนังสือวางไว้กับพื้นมีก้อนหินทับ กีบเท้าเขาจับแท่งชอล์ก แล้วขยับตัวไปมา วาดเส้นโน้นเส้นนี้ขณะที่ล่งเสียงฮื่อๆ เบาๆ ด้วยความตื่นเต้น แผนผังค่อยๆ ขยายขึ้นมาเป็นรูปข้อเหวี่ยงและฟันเฟืองอันซับซ้อน กินเนื้อที่พื้นห้องไปกว่าครึ่ง สัตว์ตัวอื่นๆ ดูไม่รู้เรื่องแต่ก็ทึ่งและเลื่อมใสยกใหญ่ แวะมาดูแบบวาดของสโนว์บอลกันอย่างน้อยวันละครั้ง แม้กระทั่งแม่ไก่กับเป็ดก็มาดู แล้วก็ต้องระวังจนตัวโก่งที่จะไม่เหยียบย่างลงบนรอยชอล์ก มีเพียงนโปเลียนที่ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนเลย เพราะเขาประกาศตัวคัดค้านโรงสีลมตั้งแต่เริ่มแรก อย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเขามาโดยไม่บอกกล่าวเพื่อตรวจสอบแผนผัง เขาเดินย่ำโครมๆ ไปรอบเพิงเล็งแลรายละเอียดของแผนผัง แล้วพ่นลมใส่ครั้งสองครั้ง ก่อนจะยืนนิ่งครู่หนึ่งพลางเพ่งพิจารณาดูมันจากหางตา จู่ๆ เขาก็ยกเท้าขึ้นข้างหนึ่ง ฉี่รดแบบบนพื้น แล้วเดินออกไปโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ

ฟาร์มสัตว์เห็นแย้งกันอย่างรุนแรงในเรื่องโรงสีลม สโนว์บอลเองไม่ปฏิเสธว่างานสร้างจะยุ่งยาก ต้องขนหินมาวางก่อเป็นผนังสี่ด้าน จากนั้นต้องทำใบกังหัน พอเสร็จแล้วจะต้องใช้ไดนาโมกับสายไฟ (สิ่งเหล่านี้จะจัดหามาอย่างไร สโนว์บอลไม่ได้กล่าวถึง) แต่เขาเขายืนยันว่า ทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี เขาประกาศว่า หลังจากนั้นจะประหยัดแรงงานได้มาก พวกสัตว์สามารถทำงานเพียงสัปดาห์ละสามวันเท่านั้น ฝ่ายนโปเลียนเถียงว่า ความจำเป็นยิ่งยวดในตอนนี้คือเพิ่มผลผลิตอาหาร หากมามัวเสียเวลากับโรงสีลม พวกเขาก็จะอดอาหารตายกันเสียก่อน พวกสัตว์จึงแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งมีคำขวัญว่า “หนุนสโนว์บอลและการทำงานสัปดาห์ละสามวัน” ส่วนคำขวัญของอีกฝ่ายคือ “หนุนนโปเลียนกับรางหญ้าเต็มเปี่ยม” มีเพียงเบนจามินผู้เดียวที่ไม่ได้เข้ากับฝ่ายไหน เขาไม่เชื่อใครทั้งนั้น ทั้งฝ่ายที่บอกว่าอาหารจะมีเหลือเฟือ หรือฝ่ายที่บอกว่าโรงสีลมจะช่วยลดแรงงาน เขาพูดว่าถึงมีไม่มีโรงสีลม ชีวิตก็จะเป็นเช่นที่เคยเป็นมาเสมอ นั่นก็คือ ชีวิตที่เลวร้าย

นอกเหนือจากข้อขัดแย้งเรื่องโรงสีลมแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องการป้องกันฟาร์มอีก พวกสัตว์ตระหนักดีเต็มหัวใจว่า ถึงแม้มนุษย์จะพ่ายแพ้ในการต่อสู้ที่เพิงโค พวกเขาอาจหาทางยึดฟาร์มกลับไปเป็นของนายโจนส์อีกครั้งด้วยวิธีที่เฉียบขาดกว่าเดิม และเหตุผลสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อข่าวการพ่ายแพ้นั้นแพร่กระจายไปในชนบท ก็ทำให้สัตว์ในฟาร์มใกล้เคียงดื้อดึงยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา สโนว์บอลกับนโปเลียนขัดแย้งกันอีกเช่นเคย ถ้าว่ากันตามนโปเลียนแล้ว สัตว์ทั้งหลายควรจะหาปืนมา และฝึกใช้ให้เป็น หากว่ากันตามสโนว์บอล พวกสัตว์จะต้องส่งนกพิราบออกไปให้มากขึ้นอีก เพื่อปลุกระดมให้สัตว์ในฟาร์มอื่น ๆ ทำการปฏิวัติ ฝ่ายหนึ่งอ้างเหตุผลว่า หากไม่สามารถป้องกันตัวเอง พวกเขาก็จะถูกโค่นลม อีกฝ่ายชูเหตุผลว่า หากมีการปฏิวัติเกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง พวกเขาจะไม่มีความจำเป็นต้องป้องกันตัวเองอีก ทีแรกพวกสัตว์รับฟังนโปเลียนก่อน แล้วหันไปฟังสโนว์บอล แล้วก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าฝ่ายไหนถูก อันที่จริง เวลารับฟังฝ่ายไหนพูด พวกเขาก็มักจะเห็นพ้องกับฝ่ายนั้นนั่นแหละ

ในที่สุดก็ถึงวันที่แผนผังโรงสีลมของสโนว์บอลจะเสร็จสมบูรณ์ ในการประชุมของวันอาทิตย์ถัดจากนั้น ประเด็นว่าจะเริ่มลงมือสร้างโรงสีลมถูกนำขึ้นมาขอมติ เมื่อพวกสัตว์มารวมตัวกันในโรงนาใหญ่พร้อมหน้า สโนว์บอลก็ลุกขึ้นยืนและชี้แจงเหตุผลที่ควรสนับสนุนการสร้างโรงสีลม แต่ถูกพวกแกะร้องขัดจังหวะเป็นครั้งคราว จากนั้นนโปเลียนก็ลุกขึ้นยืนเพื่อโต้ตอบ เขาพูดเสียงเบาว่า โรงสีลมเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ เขาขอแนะนำไม่ให้สนับสนุนการสร้าง พูดจบก็นั่งลงทันที เขาใช้เวลาพูดแค่สามสิบวินาที มิหนำซ้ำท่าทางดูจะไม่สนใจว่าผลจะเป็นอย่างไร สโนว์บอลรีบลุกขึ้นยืนทันควันและตะโกนบอกพวกแกะที่เริ่มร้องให้เงียบเสียง จากนั้นก็อ้อนวอนขอเสียงสนับสนุนอย่างเร่าร้อน ถึงตอนนี้พวกสัตว์แบ่งออกเป็นสองก๊กแทบจะเท่าๆ กัน แต่ลีลาโน้มน้าวใจของสโนว์บอลกลับทำให้พวกเขาคล้อยตามไปชั่วขณะ ด้วยถ้อยคำอันยิ่งใหญ่เหล่านั้น สโนว์บอลได้วาดภาพให้เห็นถึงฟาร์มสัตว์เมื่องานต่ำทรามถูกปลดจากบ่าของพวกสัตว์ บัดนี้จินตนาการเพริดแพร้วของเขาไปไกลพ้นเครื่องตัดฟางและเครื่องสับหัวผักกาดเทอร์นิปไปแล้ว เขาพูดว่า ไฟฟ้าจะใช้เดินเครื่องนวดข้าว คันไถ คราด กลิ้ง รวมทั้งเครื่องเกี่ยวข้าวและเครื่องมัด แถมยังส่งไฟฟ้าไปสร้างแสงสว่างให้แก่ทุกคอกสัตว์ น้ำร้อนน้ำเย็น และเครื่องทำความร้อนไฟฟ้า เมื่อสโนว์บอลพูดจบ ไม่เหลือข้อสงสัยอีกแล้วว่ามติจะโน้มไปทางใด ทว่าทันใดนั้นเองนโปเลียนลุกขึ้นยืนและเหลือบหางตามองสโนว์บอลอย่างประหลาด พลางร้องครางเสียงแหลมอย่างที่ไม่เคยมีใครเคยได้ยินจากปากเขามาก่อน

จากนั้นมีเสียงหอนน่าขนพองสยองเกล้าดังขึ้นด้านนอก และหมาเก้าตัวสวมปลอกคอปุ่มทองเหลืองกระโดดเข้ามาในโรงนา พวกมันกระโจนเข้าหาสโนว์บอล แต่เขากระโดดหลบเขี้ยวของพวกมันได้ชนิดเฉียดฉิว อึดใจต่อมาสโนว์บอลก็เผ่นออกประตูและหมาฝูงนั้นไล่ตามออกไป เหล่าสัตว์ที่เหลือทั้งประหลาดใจและหวาดกลัวจนพูดไม่ออก ได้แต่ออกันออกจากประตูเพื่อดูฉากวิ่งไล่ สโนว์บอลวิ่งสุดชีวิตไปตามทุ่งหญ้ายาวซึ่งทอดไปถึงถนน เขาวิ่งชนิดที่มีแต่หมูเท่านั้นที่จะวิ่งแบบนั้นได้ ทว่าฝูงหมาก็ตามมาติดๆ จู่ๆ เขาลื่นล้ม คิดในใจว่าคงเสียทีพวกมันแน่ แต่แล้วเขาก็ลุกขึ้นใหม่และวิ่งเร็วยิ่งกว่าครั้งใดที่ผ่านมา แล้วพวกหมาก็ไล่จี้เขามาอีกหนึ่งในนั้นเกือบจะงับเขี้ยวลงบนหางของเขาอยู่แล้ว แต่สโนว์บอลสะบัดหนีได้ทัน เขาโหมแรงเข้าไปอีก และพุ่งพรวดเข้าในช่องรั้วต้นไม้ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด จากนั้นมาก็ไม่มีใครได้เห็นเขาอีกเลย

พวกสัตว์เดินกลับเข้าในฟาร์มด้วยอาการนิ่งอึ้งและหวาดผวา เดี๋ยวเดียวพวกหมาก็วิ่งกลับมา แรกทีเดียวไม่มีใครจินตนาการได้ว่าสัตว์ดุร้ายนี้มาจากไหน แต่ไม่ช้าข้อสงสัยก็คลี่คลาย พวกมันคือลูกหมาที่นโปเลียนแยกจากอกแม่หมาเอาไปเลี้ยงไว้นั่นเอง แม้จะยังไม่โตเต็มขนาด แต่ร่างใหญ่โต และท่าทางดุร้ายราวกับหมาป่าทีเดียว พวกมันคอยยืนอยู่ไม่ห่างนโปเลียน มีผู้สังเกตเห็นพวกมันกระดิกหางให้เขาแบบเดียวกับที่หมาของนายโจนส์กระดิกให้กับเจ้านาย

นโปเลียนกับฝูงหมาผู้ติดตาม ก้าวขึ้นสู่แท่นยกพื้นซึ่งเมเจอร์เคยกล่าวปาฐกถา เขาประกาศว่า นับจากวันนี้ การประชุมเช้าวันอาทิตย์จะไม่มีอีกต่อไป เพราะไม่จำเป็นแล้ว เขาบอกว่ามันเปลืองเวลาเปล่า ต่อไปนี้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับงานของฟาร์มจะมีคณะกรรมการพิเศษประกอบด้วยพวกหมูเป็นผู้ตัดสิน โดยตัวเขาเองดำรงตำแหน่งประธาน คณะกรรมการจะประชุมกันเป็นการลับ แล้วจะแจ้งการตัดสินใจให้สัตว์อื่นๆ ได้ทราบภายหลัง พวกสัตว์จะยังมารวมตัวกันในเช้าวันอาทิตย์เช่นเดิม เพื่อเคารพธงและร้องเพลง ผองสัตว์แห่งอังกฤษ และรับคำสั่งประจำสัปดาห์ แต่ไม่มีการถกเถียงปัญหาอีกต่อไป

แม้จะไม่หายตกตะลึงกับเรื่องที่สโนว์บอลถูกขับจากฟาร์ม พวกสัตว์ก็ยังสะดุ้งโหยงเมื่อได้ฟังประกาศของนโปเลียน สัตว์จำนวนหนึ่งคงจะคัดค้านไปแล้วหากนึกหาคำโต้แย้งที่เหมาะสมได้ แม้กระทั่งบ็อกเซอร์ยังอดรู้สึกหนักใจเล็กน้อยไม่ได้ เขาทำหูลี่สะบัดผมหน้าม้าอยู่หลายครั้ง และพยายามอย่างหนักที่จะเรียบเรียงความคิดของตน แต่สุดท้ายก็คิดไม่ออกว่าควรพูดอะไร อย่างไรก็ตาม พวกหมูเองนั้นมีบางส่วนที่มีปากมีเสียง หมูเนื้อหนุ่มสี่ตัวแถวหน้าร้องเสียงแหลมคัดค้านออกมา ทั้งสู่ผุดลุกขึ้นยืนและพูดโดยไม่รั้งรอ แต่ทันใดนั้น หมาที่นั่งอยู่รอบตัวนโปเลียนเริ่มส่งเสียงคำรามขู่ขวัญเสียงต่ำลึก พวกหมูจึงเงียบเสียงและนั่งลงตามเดิม จากนั้นพวกแกะพากันตะเบ็งท่องคำขวัญ “สี่ขาดี สองขาเลว” ดังสนั่นเกือบสิบห้านาทีเต็ม เท่ากับปิดโอกาสไม่ให้มีการโต้เถียงใดๆ อีก

หลังจากนั้น สควีลเลอร์ถูกส่งให้ไปอธิบายระเบียบใหม่กับสัตว์อื่นๆ ในฟาร์ม

“สหาย” เขาพูด “ฉันมั่นใจว่า สัตว์ทุกตัวที่นี่คงจะซาบซึ้งในการเสียสละตัวเองของสหายนโปเลียนกันดี สหายอย่าได้คิดว่า เป็นหัวหน้าเป็นความเพลิดเพลินเจริญใจเป็นอันขาด ตรงกันข้าม มันคือความรับผิดชอบหนักหน่วงลึกซึ้ง ไม่มีใครเชื่อมั่นในหลักการ ‘สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน’ แน่นแฟ้นยิ่งไปกว่าสหายนโปเลียนอีกแล้ว เขาแสนจะยินดีที่จะปล่อยให้พวกท่านตัดสินใจเรื่องราวกันด้วยตัวเอง แต่สหาย บางครั้งพวกท่านย่อมตัดสินใจผิดพลาด ถึงตอนนั้นพวกเราจะเป็นอย่างไรเล่า สมมติว่าพวกท่านตัดสินใจเชื่อเรื่องโรงสีลมเหลวไหลของสโนว์บอลและตามเขาไปเล่า ทั้งที่เราก็รู้กันแล้วว่าเขาเป็นแค่อาชญากร” “เขาสู้ห้าวหาญในสมรภูมิรบที่เพิงโคนะ” ใครตัวหนึ่งพูดขึ้น

“เพียงแค่ห้าวหาญยังไม่พอ” สควีลเลอร์กล่าว “ความจงรักภักดีและการเชื่อฟังสิสำคัญกว่า ถ้าจะว่ากันเรื่องสมรภูมิรบที่เพิงโค ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่งเราจะได้เห็นกันว่า บทบาทของสโนว์บอลถูกแต่งแต้มจนเกินเลยไปมาก วินัยต่างหาก สหาย วินัยดุจเหล็ก นั่นคือหลักสำคัญของวันนี้ ก้าวพลาดก้าวเดียว ศัตรูของเราก็จะถึงตัวเรา แน่นอน สหาย พวกท่านคงไม่ต้องการให้โจนส์กลับมาหรอก”

อีกครั้งหนึ่งที่ไม่มีใครตอบโต้เหตุผลข้อนี้ได้ แน่นอนอยู่แล้ว พวกสัตว์ไม่ต้องให้โจนส์กลับมา หากการยอมให้มีการถกเถียงในเช้าวันอาทิตย์เป็นสิ่งที่นำเขากลับมา ถ้าเช่นนั้นการถกเถียงก็มีไม่ได้ บ็อกเซอร์นั้นบัดนี้ได้ใคร่ครวญทุกสิ่งดีแล้ว จึงกล่าวแทนความรู้สึกของสัตว์ทั้งหมดว่า “หากสหายนโปเลียนพูดเช่นนั้น มันย่อมถูกต้อง” นับจากนั้นมาเขาได้รับเอาคำขวัญใหม่ “นโปเลียนถูกเสมอ” มาเพิ่มเติมจากคำขวัญประจำใจที่ว่า “ฉันจะทำงานให้มากขึ้น”

ช่วงนั้นอากาศเริ่มเปลี่ยน งานไถในฤดูใบไม้ผลิได้เริ่มขึ้นแล้ว เพิงที่สโนว์บอลเคยวาดแบบผังโรงสีลมถูกปิดตาย และคาดเดากันว่าผังนั้นคงถูกลบไปแล้ว ทุกเช้าวันอาทิตย์เวลาสิบนาิกา พวกสัตว์จะรวมตัวกันในโรงนาใหญ่เพื่อรับคำสั่งของสัปดาห์นั้น กะโหลกศีรษะของเฒ่าเมเจอร์ซึ่งไม่มีเนื้อเหลือติดอยู่อีก ถูกขุดขึ้นจากสวนผลไม้ นำมาตั้งไว้บนตอไม้ที่ฐานเสาธงเคียงข้างๆ กับปืน หลังจากเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสาแล้ว พวกสัตว์จะต้องเดินเรียงแถวผ่านหัวกะโหลกนั้นเพื่อแสดงความเคารพก่อนจะเข้าสู่โรงนา เดี๋ยวนี้พวกสัตว์ไม่ได้นั่งรวมกันทั้งหมดเช่นแต่ก่อนแล้ว นโปเลียนกับสควีลเลอร์ และหมูอีกตัวชื่อมินิมัสผู้มีพรสวรรค์น่าทึ่งด้านการแต่งเพลงและบทกวี นั่งหน้ายกพื้น โดยมีลูกหมารุ่นๆ เก้าตัวล้อมรอบเป็นครึ่งวงกลม และหมูที่เหลือนั่งด้านหลัง พวกสัตว์อื่นๆ นั่งในโรงนาหันหน้าไปหาพวกเขา นโปเลียนจะอ่านคำสั่งประจำสัปดาห์ด้วยเสียงห้าวขึงขังเยี่ยงทหาร หลังจากร้องเพลง ผองสัตว์แห่งอังกฤษ หนึ่งจบ พวกสัตว์ก็แยกย้ายกันไป

วันอาทิตย์ที่สามหลังสโนว์บอลถูกเนรเทศ พวกสัตว์ออกจะประหลาดใจเมื่อได้ยินนโปเลียนประกาศว่า โรงสีลมจะถูกสร้างขึ้นในที่สุด เขาไม่ได้เหตุผลใดๆ ว่าทำไมถึงเปลี่ยนใจ หากเตือนพวกสัตว์ไว้ว่า งานที่เพิ่มมาแปลว่าทั้งหมดต้องทำงานหนักหนาสาหัส และอาจจำเป็นต้องลดปันส่วนอาหารลงด้วย อย่างไรก็ตาม แผนผังนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้วทุกรายละเอียด คณะกรรมการพิเศษของพวกหมูได้ลงมือทำกันมาตลอดสามสัปดาห์ การสร้างโรงสีลมพร้อมกับสิ่งต่อเติมต่างๆ หลายอย่าง คาดว่าจะใช้เวลาสองปี

เย็นวันนั้น สควีลเลอร์ไปอธิบายกับสัตว์อื่นๆ เป็นการเฉพาะว่า แท้จริงนโปเลียนไม่เคยคัดค้านเรื่องโรงสีลม ตรงกันข้าม เขานี่เองที่สนับสนุนให้สร้างตั้งแต่เริ่ม และแผนผังซึ่งสโนว์บอลวาดไว้บนพื้นโรงฟักไข่นั้น ความจริงได้ถูกขโมยมาจากกองกระดาษของนโปเลียน แท้จริงแล้ว โรงสีลมเป็นการสรรค์สร้างของนโปเลียนเอง มีเสียงหนึ่งถามขึ้นว่า แล้วทำไมเมื่อก่อนนโปเลียนถึงได้คัดค้านแข็งขันนัก สควีลเลอร์ทำหน้ามีลับลมคมนัย ก่อนชี้แจงว่า นั่นเป็นไหวพริบของสหายนโปเลียน ที่เขาทำให้ดูเหมือนคัดค้านโรงสีลม เป็นเพียงวิถีทางกำจัดสโนว์บอล ผู้เป็นตัวอันตรายและชี้นำผิดๆ ทีนี้เมื่อสโนว์บอลพ้นทางไปแล้ว แผนการย่อมสามารถดำเนินต่อไปโดยไม่มีผู้ยื่นมือมาแทรกแซง สควีลเลอร์บอกอีกว่า สิ่งนี้เองที่เรียกว่ากลยุทธ์ เขาพูดซ้ำคำนี้หลายครั้ง “กลยุทธ์ สหายกลยุทธ์” พลางกระโดดไปรอบๆ และสะบัดหาง พร้อมกับหัวเราะเริงร่า พวกสัตว์ไม่แน่ใจหรอกว่าคำนี้มีความหมายว่ากระไร ทว่าสควีลเลอร์พูดจาได้น่าคล้อยตาม มิหนำซ้ำหมาสามตัวซึ่งบังเอิญตามมาด้วยก็คำรามอย่างมุ่งร้ายหมายขวัญอยู่ สัตว์ทั้งหลายจึงยอมรับคำชี้แจงโดยไม่ถามต่อให้มากความ

เครดิต:
http://www.thaivision.com/animal-farm.html
http://www.wanakam.com/

Animal Farm,Politics
Share this Story:
  • facebook
  • twitter
  • gplus

About admin

Leave a comment